แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #เราที่รักกัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #เราที่รักกัน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

[FIC] Stay,Still ..Stand : STILL Part 6 #หยางเฟิง


TITLE : Stay,Still ..Stand 'เราที่รักกัน'
Part :STILL
CHAPTER :  6
PAIRING : YANGYANG x LIYIFENG
RATE : PG-13
TELL : กลับมาแล้วว



*************************************************************************




“เจ้าของเครื่อง..เขาไปไหนซะล่ะครับ—“

“มารับซะ มารับคนของแกไป “

ปลายสายบอกผมแค่นั้น ผมแทบไม่เชื่อว่าเขาพูดแบบนั้นจริง ๆ เพราะผมไม่เข้าใจจริง ๆ หรือเพราะว่าผมไม่อยากเข้าใจ


เขาพูดอะไร


รุ่นพี่เฉินเหว่ยถิงพูดอะไรของเขา จากปลายสายโทรศัพท์ที่มีหลี่อี้เฟิงเป็นเจ้าของเครื่อง



หลังจากนั้นผมไปตามที่อยู่ตามที่เขาบอก เป็นโรงแรมแห่งหนึ่งที่มีระบบรักษาความปลอดภัยและการเก็บรักษาความลับในระดับวีไอพีของวงการซึ่ง ไม่ว่าเซเลปหรือดาราคนไหนมาใช้บริการที่นี่ก็จะไม่มีข่าวหลุดรอดไปสู่ใครหรือนักข่าวคนไหนทั้งสิ้น ทั้งเส้นใหญ่และกว้างขวางไม่น้อย


ผมเดินเข้าโรงแรมไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย


หลี่อี้เฟิง...ที่เป็นของ..ผม...หรืออาจจะไม่ใช่แล้วก็ตาม ตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง
แค่นี้ล่ะ..ผมได้แต่เพียงแค่คิดไป เขาสั่งให้ผมมาผมก็มา

ผมยังไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำว่าผมมาที่นี่ทำไม ก็นั่นล่ะ เพราะเหตุผลที่คิดไปก่อนหน้านี้
หลี่อี้เฟิงยังเป็นของผมอยู่หรือ
ทั้งตัวเขา และทั้งหัวใจของเขา




ไม่สิ...ผมต้องถามว่า เขาเคยเป็นของของผมงั้นหรือ ?


แต่ผมควรถามคำถามนั้นกับใครกัน ผมเดาเอาว่า อี้เฟิงก็คงให้คำตอบผมไม่ได้หรอกก







“อืม”

ผมทักทายรุ่นพี่อีกคนหนึ่งในวงการ ผมไม่รู้จะนิยามพี่คนนี้เขาว่าอย่างไร เพื่อน รุ่นพี่ ศัตรูหัวใจ หรือหัวอกลูกผู้ชายด้วยกัน แต่ในตอนนี้ผมว่า รุ่นพี่เฉินเหว่ยถิงคงจะเป็นคนที่เข้าใจผมดีที่สุดในตอนนี้

“อี้เฟิงนอนอยู่ในห้อง แต่เบา ๆ หน่อยล่ะ ฉันรุนแรงเขาไปก็เยอะ”

ประโยคนี้เหมือนกรีดแทงผมทั้งเป็น เหมือนมีดปักลงกลางใจ ทั้งปักลึกและบาดผมให้เป็นแผลฉกรรจ์อย่างที่ใครก็ทำไม่ได้ แค่คำพูดประโยคเดียว แน่นอน รุ่นพี่เฉินเหว่ยถิงเขาพูดออกมาและความจริงมันก็ตามนั้น ผมสับสนว่าเขาต้องการอะไร

ผมเดินไปทางที่รุ่นพี่เขาพยักเพยิดให้มา อี้เฟิงนอนสลบไสลอยู่บนเตียง ร่างเปลือยท่อนอกขึ้นไปโผล่พ้นมาจากผ้าห่ม ถ้าเป็นผมในเมื่อก่อน คงอารมณ์ร้อนและชกรุ่นพี่เขาไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมทั้งอ่อนแรง และอ่อนใจ พูดอะไรไม่ถูก ถึงกับทรุดเข่านั่งอยู่ตรงหน้าเตียงในห้องนอนของรุ่นพี่


“แกจะไม่ถามฉันหรือ ว่าผมฉันกับอี้เฟิงถึงมาลงเอยกันแบบนี้น่ะ”
“ผมเอง...ก็ไม่รู้จะถามอะไร..เหมือนกัน”


ผมตื้อตันไปหมด เหมือนเบ้าตาผ่าวร้อนใกล้มีน้ำตาไหลออกจากตา แต่ผมกลั้นเอาไว้ ร่างบอบบางที่มีร่องรอยสีกุหลาบแต่งแต้มมากมายโดยฝีมือเฉินเหว่ยถิง อาจจะไม่เท่าที่ผมเคยทำแต่มากพอที่จะทำให้ผมเจ็บใจ เหมือนหนึ่งรอยก็เท่ากับหนึ่งเล่มของเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจผม

“ฉันให้นายมาพาอี้เฟิงกลับไป”

ทั้งที่เขาทำแบบนั้นกับอี้เฟิง แต่เขาก็บอกให้ผมพาอี้เฟิงกลับไป
“ฟันแล้วทิ้งรึไง”
“แกคิดว่าฉันเป็นคนต่ำช้าขนาดนั้นรึไง”

ผมหยุดปากเมื่อรุ่นพี่อารมณ์ขึ้น เขาเรื่มโกรธเมื่อผมสบประมาทแบบนั้น ผมเองก็ไม่น่าจะลืมว่าเขาแอบรักอี้เฟิงมานานแค่ไหน แต่ผมที่เข้ามาใหม่กลับได้อี้เฟิงไปกอดอย่างที่ใจผมต้องการแต่เขากลับได้แค่มองจากที่ไกล ๆ  เมื่อผมกับอี้เฟิงได้สบตากันใกล้ ๆแค่สองคน

“ผมก็..ไม่รู้”
“ฉันพยายาม..ทุกอย่าง ทุกวันและทุกเวลา ฉันอยากได้อี้เฟิง ฉันพูดตรง ๆ ฉันพยายามแทรกกลางระหว่างนายกับอี้เฟิง แต่เห็นมั้ยเล่า...”


เฉินเหว่ยถิงเดินย่างสามขุมไปนั่งบนเตียง อี้เฟิงไม่มีปฎิกิริยาอะไร เพียงแค่ยังหลับใหล ไม่ยอมตื่น รุ่นพี่ผู้นี้แตะที่แก้มนิ่มที่ผมหวงแหน ผมเองก็มีอารมณ์ฉุนกึกขึ้นมา แต่เขาเอียงใบหน้าหวานที่ดูเคลือบความเศร้าสร้อยไว้ ให้ผมดูถนัดๆ

“คราบน้ำตา “ ผมมองใบหน้าอี้เฟิง ก่อนหน้าที่รุ่นพี่จะพูด ผมกลับคิดอกุศลเรื่องบนเตียงที่อาจจะเป็นไปได้ แต่รุ่นพี่เขาพูดเป็นอีกอย่าง

“แกอย่ามาคิดอกุศลแบบนั้น ฉันมีเซ็กซ์ที่ค่อนข้างรุนแรงก็จริงแต่ฉันจะไม่เอาของของฉันไปหกรดใส่ใบหน้าของคนที่ฉันถนอมอย่างกับแก้วแบบนั้นหรอก ไอ้เด็กเวร หรือแกเคยทำ?”

ผมส่ายหน้าบอกไม่ แต่ไม่เต็มปากนัก เพราะผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งที่มีอะไรกับอี้เฟิงก็มีบ้างเหมือนกัน เฉินเหว่ยถิงปล่อยให้ใบหน้าของอี้เฟิงอยู่ในท่วงท่าที่สบายและให้เขาหลับพักผ่อนต่อไป เฉินเหว่ยถิงลากผมออกจากห้องนอนมา


ผมงงไปหมด และสับสน จนตอนนี้รุ่นพี่เขายังไม่อธิบายอะไรผมมากนัก ผมกำลังปะติดปะต่อเรื่อง แต่ก่อนเรื่องจะต่อกันต่อผมก็ถูกรุ่นพี่ต่อยเสียใบหน้าผมมีแผล


“ทำไมแกถึงปล่อยให้อี้เฟิงเสียใจแบบนั้น”

ผมตอบเขาไม่ได้ ผมเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำอย่างไร ผมเองก็เสียใจไม่แพ้กันหรอก สำหรับเรื่องของอี้เฟิง ที่เรารักกันอย่างเปิดเผยไมได้ ผมไม่กล้าทำอะไรเลย หากคิดแล้วว่ามันจะกระทบต่อตัวอี้เฟิงไม่ว่าจะทางไหน จนในที่สุด อี้เฟิงก็เริ่มตีตัวอออกห่างและมาลงเอยกับเฉินเหว่ยถิงที่นี่

“ผม...”
“ขนาดเขามีเซ็กซ์กับฉัน อี้เฟิงก็ยังเพ้อถึงนาย ร้องไห้ก็เรียกชื่อนาย จะถึงสวรรค์กับฉันก็ยังมีชื่อนายหลุดมา ฉันจะบ้าตายเอา ในใจของอี้เฟิงไม่เคยมีฉัน แต่เขากลับตกลงมาที่ห้องกับฉันทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะโดนอะไร แกรู้มั้ยมันหมายความว่ายังไง”



เฉินเหว่ยถิงร่ายยาวมาจนถึงตรงนี้ ผมยืนเผชิญหน้าตรงหน้ารุ่นพี่ มองหน้าของรุ่นพี่ที่เมื่อสบตาเขาแล้ว..เขาก็เจ็บใจไม่แพ้กัน และผมเองก็คิดตามเขามาจนได้คำตอบ



“ทั้งฉันทั้งแก จะไม่มีใครได้อี้เฟิงไป”


ผมรักอี้เฟิง แต่ผมทำให้เขาดูแลเขาให้ดีไม่ได้ เฉินเหว่ยถิงเขาเองก็เหมือนกัน รักอี้เฟิง แต่เขาทำให้อี้เฟิงรักไม่ได้ แม้เขาจะดูแลอี้เฟิงดีแค่ไหนและอยู่ใกล้อี้เฟิงก็ผม
ทั้งผมและเฉินเหว่ยถิง ต่างก็...เติมเต็มให้อี้เฟิงไม่ได้ ไม่ว่าจะทางไหน

ผมแสยะยิ้มออกมา ทั้งดวงตาที่ร้อนผ่าว หยดน้ำหนึ่งหยดเกาะตรงหางตา



“แกควรเลิกกับอี้เฟิงเสียตั้งแต่วันนี้”

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

[FIC] Stay,Still ..Stand : STILL Part 5 #หยางเฟิง




TITLE : Stay,Still ..Stand 'เราที่รักกัน'
Part :STILL
CHAPTER :   5
PAIRING : YANGYANG x LIYIFENG
RATE : PG-13
TELL : วางระเบิด





****************************************************************************


ให้ตายเหอะ


สภาพที่จะทำให้ผมเป็นบ้านั่นมันอะไร หลี่อี้เฟิง .. คุณ...
  
หลังจากที่ผมเห็นภาพนั้น คุณคิดว่าจิตใจของผมจะเป็นอย่างไรน่ะหรือ




สลายน่ะสิ




ผมคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด 
 มันเกิดอะไรขึ้นกับอี้เฟิง


ผมเข้าไปห้องของเขา พอเข้าไปแล้ว แทนที่ผมจะเจอความชื่นใจจากที่ได้พบกับคนรัก แต่การพบกันครั้งนี้ เป็นครั้งที่ผมรู้สึกกลับตาลปัตรอย่างกับว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง 


การเจอภาพที่น่าเจ็บใจแบบนั้น  คุณจะให้ผมทำหน้าแบบไหน ตอนพบคุณกันล่ะ? หลี่อี้เฟิง 



รอยจูบทั่วร่าง เรือนร่างขาวเนียนที่ผมเป็นเจ้าของแค่เพียงคนเดียว ไม่ว่าจะจุดไหน ก็มีแค่ผม
ความหวานของคุณที่ผมได้สัมผัสและได้ลองลิ้มชิมรสของเพียงคนเดียว แต่มันอย่างไรกันล่ะ
ตอนนี้ทั้งหมดมันมีคนทับรอย จะใครล่ะ? ฮึ ผมรู้จักคน ๆ นั้นดี



ตอนนี้ผมไม่รู้จะโกรธใครเลยจริง ๆ




“หยางหยาง กลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ!
หลังจากผมได้เจอสภาพของเทพบุตรในหัวใจของผม ผมก็แทบเดินกลับไม่ถูกทาง หัวผมมันตื้อไปหมด แม้เสียงปลายสายจะตวาดให้ผมกลับ แต่มีหรือในตอนนี้ผมนั้นจะเชื่อฟัง ผู้จัดการของผมเขาคงประสาทกินแทบตายแล้วล่ะที่จู่ๆ ผมก็มาดื่มอีกแบบนี้



ผมกลับไปบาร์เจ้าประจำที่เพื่อนผมเป็นเจ้าของ แตะเหล้าซัดเข้าปากนับไม่ถ้วน ทุกแก้วหมดทุกหยด ให้ผมได้มึนเมนและลืมภาพนั้น ภาพที่เสียดแทงหัวใจผม ผมไม่รู้จะทำอย่างไร



“แกดื่มมากไปแล้วหยางหยาง” เพื่อนสนิท เฉินเสียงเตือนผมด้วยความหวังดี แต่ตอนนี้ผมไม่รับรู้อะไรต่อจากนี้แล้ว


ผมอยากเลิกกับอี้เฟิงจริง ๆ


“เจ็บใจ ไม่ไหวแล้วว่ะ”
ผมบอกเพื่อน พลางแตะเหล้าเข้าปาก นี่ดื่มไปกี่แก้วแล้วก็ไม่รู้ ดื่มไป น้ำตาหลางก็ไหลหยด ผ่านแก้มผสมกับเหล้าในแก้วสวย ผมดื่มมันเข้าไปแก้วแล้วแก้วเหล้า พร้อม ๆกับน้ำตาที่ยังหยาดไม่หยุด


“จะเลิกหรือ? “
“อยากเลิก...”


เฉินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนวางขวดใหม่ เป็นเหล้าชั้นดีไว้ให้ผม ก่อนมันจะกลับขึ้นด้านบนของร้านไปพักผ่อนบ้างและปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว


“ดื่มให้หมดขวดนั้น แล้วแกก็กลับซะ เดี๋ยวชั้นโทรให้พี่เขามารับแก แล้วคิดหลังจากสร่างแล้ว ว่าถ้าเลิกกับไม่เลิก แบบไหน แกจะเจ็บหนักจนต้องดื่มเหล้าเป็นหมาบ้ามากกว่ากัน”




ฮึ ผมไม่รู้เลยว่าทางไหนจะเจ็บใจกว่ากัน





หลังจากผมเมาจนแทบไม่มีสติเดินกลับ พี่สาวผู้จัดการก็มารับผมกลับจริง ๆ เธอดุด่าผมว่าไปไหนโดยไม่บอก 

“แกนี่มัน ไหนบอกจะไม่ไปเมาหัวราน้ำแบบนี้แล้วไง!
“ขอโทษครับ”

ผมได้แต่ขอโทษ เธอส่งผ้าขนหนูผืนเล็ก ชุบน้ำเสียชุ่มแล้วส่งให้ ผมนอนปวดหัวอยู่บนเตียง ไปทำงานไม่ไหว กลายเป็นคิวงานในวันนี้ต้องแคนเซิ่ลทั้งหมด ยังเคราะห์ดีที่เจ้าของงานทุกงานเป็นทีมงานที่เราคุ้นเคยกันพอสมควร จึงไม่ได้รับคำติมากเท่าที่คิดไว้ ผมขอโทษด้วยตัวเองกับทุกท่านอีกครั้งก่อนกลับมานอนปวดหัวแบบเดิม บนเตียง พร้อมกับเรื่องเดิมที่ยังคิดวนอยู่ในหัว และภาพนั้นที่ติดตาหลังจากที่ผมไปพบกับอี้เฟิง


หากเป็นเมื่อก่อน ผมคงไม่สนใจอะไร เข้าไปสัมผัสอี้เฟิงจนเขาลุกไม่ไหว แต่ผมทำไม่ได้แล้ว ทำไม่ลง ตอนนี้เขาไม่ใช่ของของผมคนเดียว


หรือที่จริงเขาไม่ได้เป็นของผมตั้งแต่แรก..นี่เป็นความคิดใหม่ที่ผมคิดแทรกขึ้นมา
ผมอาจจะแค่หนึ่งในตัวเลือกมากมายของหลี่อี้เฟิงคนนั้นก็ได้


“แกจะเลิกกับอี้เฟิงหรือ?”

พี่สาวผู้จัดการของผมถาม “ฉันได้ยินแกพูดละเมอถึงอี้เฟิง ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง อยากเลิก พอพูดจะเลิกก็ร้องไห้ “ พี่สาวพูดตามที่เธอได้ยิน ยิ้มเหยียดแล้วมองผม ผมไม่เข้าใจสายตาของเธอตอนนี้

“ทั้งที่แกพยายามแทบตาย แต่สุดท้าย แกก็ไม่ได้ใจเขามา ได้ลมปากผ่านหูแกมาว่ารัก แค่นั้น ไม่เห็นมีประโยชน์อะไร”


พี่เขาวางข้าวปลา และยาเอาไว้ให้ผมก่อนที่เธอจะออกจากห้องพักของผมไป แต่พูดไล่หลังทิ้งท้ายไว้

“เป็นฉัน ก็จะเลิก ถ้าสุดท้ายแล้วแกจะต้องเมาเป็นหมาแบบนี้อีก แกคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องของอี้เฟิงหรือไง ที่เขาออกไปกับเฉินเหว่ยถิงน่ะ”

นั่นล่ะ ที่ผมไม่อยากได้ยิน

อี้เฟิงยอมไปกับเขาได้ยังไง แค่นี้จริง ๆที่ผมไม่เข้าใจ และไม่อยากพยายามเข้าใจ ผมว่าอี้เฟิงผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาทำไปทำไม เขาเหงามากอย่างนั้นเลยหรือ

ผมไมได้โมโหด้วยอารมณืรุนแรงแบบเมือ่ก่อนแล้ว ผมโตขึ้นและใจเย็นลงมากกว่าที่ตัวเองคิดเสียอีก ผมกลับมา ถึงแม้จะไปเมามาย แต่กลับมาถึงห้อง ผมก็ทำได้เพียงแค่ตัดพ้ออี้เฟิงและร้องไห้กับตัวเอง

ผมอาจจะไม่ดีพอ ไม่ทำให้อี้เฟิงรู้สึกว่าผมเป็นคนสุดท้ายของเขา
เขาต้องการคนอื่นมากกว่าผมแล้ว...


นั่นล่ะที่ผมคิดได้ มีเพียงเท่านี้จริง ๆ


ผมได้แค่ตัดพ้อ ทั้ง ๆ ที่ใจเจ็บ ทุกครั้งในตอนนี้หากมีใบหน้าที่น่ารักของอี้เฟิงแทรกขึ้นมา คุณเชื่อมั้ยว่าน้ำตาของหยางหยางคนนี้ เอ่อขึ้นมาหน่วงที่ขอบตาทุกครั้งราวกับผมเป็นเด็กขี้แย


ผมคิดว่าผมรักเขามาก แต่อี้เฟิงล่ะ..รู้สึกอย่างไรกัน


ตัดพ้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า 


ผมเหนื่อยมากจริง ๆ  แต่นั่นล่ะ ผมก็ยังคิดถึงอี้เฟิงจับใจ







“หืม ?”
 เสียงครืด ๆ จากโทรศัพท์ที่ผมตั้งระบบสั่นเอาไว้ มันดังกระทบเบา ๆ พื้นโต๊ะไม้ที่ผมใช้วางมัน จนมันร่วงหล่นมาบนพื้นข้าง ผมถึงมีกะจิตกะใจไปรับสาย เพราะอีกฝั่งปลายสาย ใจแข็งรอสายผมนานกว่าที่คิด


แต่เมื่อเห็นเบอร์โทรและฃื่อที่บันทึกไว้ โชว์อยู่บนหน้าจอ ผมก็ลังเลที่จะรับสาย แต่ปลายนิ้วของผมก็สัมผัสผิวจอโทรศัพท์และกดรับไปดังที่จิตใต้สำนึกของผมเรียกร้อง


“สวัสดีครับ”



ชื่อผู้โทรเข้าจากอีกฝั่งสาย เป็นชื่อของหลี่อี้เฟิง จากการบันทึกเบอร์โทรของผม


แต่ปลายสาย  เสียงที่ตอบกลับมา มันกลับ..ไม่ใช่เจ้าของเครื่อง


วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

[FIC] Stay,Still ..Stand : Stay Part 4 #หยางเฟิง





TITLE : Stay,Still ..Stand 'เราที่รักกัน'
Part :STAY
CHAPTER :   4
PAIRING : YANGYANG x LIYIFENG
RATE : NC-15
TELL :  แต่งตอนนี้เเล้วหน่วงทีเดียวค่ะ



“ผมจะขอลาหยุด”

พี่สาวผู้จัดการไม่ได้แปลกใจเมื่อผมขอไปแบบนั้น ทั้งที่ตาตางของเราแทบจะปลีกตัวไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะพี่สาวเขาเห็นบางอย่างที่อยู่บนร่างกายของผม เรือนร่างของผมเอง ที่ให้คนอื่นมายุ่งย่ามนอกจากหยางหยาง

“แบบนั้น..ถ้าฉันปล่อยให้นายไปทำงาน  ฉันคงบ้า ไป กลับไปห้องพัก เห็นหน้าเธอตอนนี้แล้วฉันอยากจะบ้าจริง ๆ”


ผมกลับไปห้องตามที่เธอสั่ง ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ไม่สะทกสะท้านต่อคำดุด่าของเธอไม่ว่าจะอะไร ผมน่ะมันโดนดุจนชิน เพราะเป็นคนดื้อพอตัว โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ผมทั้งดื้อ ทั้งดึง ทั้งบ้า

อืม...บ้า ผมว่าตัวเองอาจจะเป็นแบบนั้น ต้องการอะไรมากขนาดนั้น หรือมันอัดอั้นมานาน จนถึงจุดที่เรียกว่า ต้องปลดปล่อยมันออกมาบ้าง พอมีเวลามาทีก็ใส่ไม่ยั้งจนทำให้ตัวเอง..เป็นแบบนี้



“อา...”  หลังจากกลับห้อง ผมก็กลับอาบน้ำหลังไปเผชิญกับมลภาวะของเมืองใหญ่มา กลิ่นควันรถ กลิ่นฝุ่น กลิ่นอาหาร และอีกมากมาย..

อื้ม..แล้วก็กลิ่นกายของคนอื่นที่ผมรู้สึกว่ามันติดมา หลังจากนั้น..ที่ผมเริ่มทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ กลิ่นกายของคนอื่นนอกจากหยางหยาง

“ทั่วตัวเลย..” ผมมองดูเรือนร่างของตัวเอง  ที่คนอื่นทำร่องรอยเอาไว้ ตอนนั้นที่เริ่มกิจกรรมกัน ผมไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่าความเห็นแก่ตัวที่อยากเติมเต็มให้ตัวเอง จิตใจที่หมกมุ่นในเรื่องนั้นเสียแล้ว และความอัดอั้นในหลากหลายอารมณ์ที่มากกว่าอารมณ์สวาท  ผมยอมให้รุ่นพี่แตะต้องได้ตามใจ ตรงงไหนก็ได้ที่เขาอยากแตะ ทำอะไรก็ได้ อยากทำให้ผมเจ็บหรือสะท้านตรงไหนก็เชิญ แค่ให้หัวใจของผมไม่มีช่องโหว่เป็นพอ  แล้วเมื่อชายสองคนที่เริ่มมีอารมณ์แบบนั้นมาอยู่ด้วยกัน ใครมันจะไปหยุดได้ เขาเองก็จัดใสผมไม่ยั้งมือเหมือนกัน ปรากฏผลงานของเขาเป็นร่องรอยทั่วตัวจนผมไม่เห็นว่าตรงไหนที่จะไม่มีสีแดงกุหลาบอยู่บนร่างกายตัวเอง และเพื่อให้เห็นชัด ผมเดินไปอีกนิด เพื่อไปส่องกระจกในห้องน้ำ ทีนี้ก็เห็นสีกุหลาบนั้นทั้งตัว ผมไล่ปลายนิ้วมือแตะตัวไปตามสีกุหลาบทีละตำแหน่ง

ไล่ไปเรื่อย ๆ จนหมด รุ่นพี่คนนี้อารมณ์มากมายเหลือเกิน ร่องรอยที่ปรากฏบนร่างของผมไม่น้อย ไม่ใช่เล่นเลย


“อืม..”


มีอารมณ์อยากทำขึ้นมาอีกแล้ว... ผมคิดกับตัวเอง
ช่วงนี้มาง่ายเหลือเกิน ก็อย่างว่า ผมมันจิตหมกมุ่นไปแล้วนี่



และผมก็ไม่อายตัวเอง อยากก็ทำ เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายที่เกิดความต้องการโดยง่าย จะ ยืนหน้ากระจกก็ช่างมันเหอะ


มือข้างที่ผมใช้ไล่ตำแหน่งสีกุหลาบที่ปรากฏบนตัวทำโดยรุ่นพี่คนนั้น ผมใช้มือข้างนั้นล่ะ กระทำกิจกรรมอัน หฤหรรษ์ของตัวเองต่อ


“อา...”

มือที่กำเอาส่วนอ่อนไหวของตัวเองไว้รอบ มันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยตามอารมณ์และชันขึ้นตามความต้องการ ยิ่งอยากมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเพิ่มขนาด ผมเริ่มทึ่งกับตัวเองนิดหน่อย แต่แม้แค่คิดเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ ลามกนิดหน่อยก็จุดอารมณ์กรุ่นในตัวเองได้แล้ว


ผมโทษหยางหยางแล้วกัน


ยังจำได้ดีเลยล่ะ กับสิ่งที่เชาทำกับผมไว้ ตอนนั้นผมทรมาณแค่ไหน
คุณรู้ไหมว่ามันเหมือนยาเสพติดเลยนะ เรื่องแบบนี้น่ะ
หยางหยางทำให้ผมเสพติด เพราะเขานั่นล่ะ
ให้ผมเป็นเครื่องระบายของเขา แต่เมื่อผมต้องการบ้าง เขาก็ทำให้ผมไม่ได้ ในตอนนั้นผมทรมาณมาก ๆ ก็ต้องจัดการตัวเอง ผมอายที่จะไปให้ใครช่วย ในตอนนั้นผมทั้งเกลียด ทั้งกลัวตัวเอง ร้องไห้หนักแค่ไหน แต่เมื่อได้เจอหยางหยางอีกครั้ง ผมก็ดีใจ มันเติมเต็มแล้ว ทั้งกายทั้งใจ หยางหยางคนนั้นทำให้ผมไม่รู้สึกถึงความว่างเปล่า


และตอนนี้เราก็ถูกแยกกันอีก ด้วยเพราะเหตุผลต่าง ๆ นานาบนโลก ผมเบื่อ แต่ผมแข็งแกร่งขึ้น และไม่อายตัวเองแล้ว
ผมจึงกล้าที่จะให้คนอื่นมาช่วยผม ผมเลือกให้คนอื่นที่ไม่ใช่หยางหยางช่วย ผมพบหยางหยางไม่ได้ เหมือนทุกคนบนโลกจดจ้องเราอยู่เสมอ หากเราพบกันทุกอย่างจะกลับตาลปัตรไปในทางร้ายเสมอ อย่างกับผมทำความผิดอะไรมากมาย



ไม่ใช่ผมไม่เคยพยายาม ไม่ใช่เรานิ่งเฉย เราฝ่ากระแสต่าง ๆ จนได้พบกันก็มี แต่หลังจากที่พบกัน เราก็เหมือนทำผิดมหันต์ไปเสียทุกครั้ง บางครั้งผมถูกดุด่าจนร้องไห้ หยางหยางก็โดยหนักไม่ต่างกัน เราต่างก็มีชื่อเสียง มีความฝันที่ต้องไขว่คว้า และนั่นเป็นกลายเป็นอุปสรรคสำหรับเราสองคน


“อา..อืม... หยางหยาง”


ฮึ สุดท้ายเวลาผมคิดเรื่องลามกขึ้นมา ก็มีแค่หยางหยาง มีแค่เขาที่ผมคิดถึง และคิดถึงเป็นคนแรก


ระหว่างที่คิดไปเรื่อยเปื่อย มือของผมก็รูดรั้งส่วนนั้นของตัวเอง ทำเอาเข่าอ่อนจนต้องเกาะขอบอ่างล้างหน้า ยิ่งรูดรั้งยิ่งพลังสูญ ผมเลยกระโจนให้ตัวเองไปนั่งบนนั้นแทน หลังชนกับกระจก เพราะเริ่มอายใบหน้าแดง ๆ ของตัวเองที่สะท้านบนนั้นแล้วล่ะ


“อื้อ...”
น้ำแรกออกมาแล้ว เลอะเปราะไปหมด คิดว่าคงต้องอาบน้ำใหม่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอก ผมยังอยากอยู่


มือที่ยังคาอยู่ที่เดิม ผมรูดมืออีกรอบให้หมดหยาดสุดท้ายของน้ำแรก และกำลังจะเริ่มครั้งที่สอง


“อื้ม..อะ ฮึก” ครั้งที่สองผมพุ่งทะยานขึ้นมากกกว่าเดิม ความต้องการพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว เพราะความต้องการที่มีอยู่เดิมแล้ว มันทำให้ผมวาบที่ท้องน้อยเสียวสะท้านมากเป็นเท่าทวี เพิ่งสังเกตท่านั่งของตัวเองที่ถ้าหากอยู่บนเตียงคงเย้ายวนใจไม่น้อย หลังที่หันชนกับกระจกตรงอ่างล้างหน้า หัวพิงกระจกไว้อีกที มันมีพื้นที่ข้างอ่างที่พอสำหรับหนึ่งคนนั่ง กระจกที่กว้างคลอบคลุมพื้นที่ ผมนั่งชันเข่า เรียวขาแยกกว้างพอสมควรที่จะทำอะไร ๆ ได้สะดวก และมือที่ยังไม่หยุดเติมเต็มความต้องการ

“อะ..อ๊ะ... หยาง...หยาง”

ใกล้เข้ามาอีกครั้ง สำหรับครั้งสอง ผมหลับตาปี๋รอให้มันมาถึง



“เอ๊ะ!


ผมอุทานทั้งที่หลับตาอยู่  เพราะความแปลกใหม่ที่ได้สัมผัส  ส่วนนั้นของผมมมีอะไรมาขวางกั้นความต้องการที่กำลังจะสุดทาง คีบเค้นจนผมทรมาณเพราะไม่ได้ปลดปล่อย จึงลืมตาขึ้นเมื่อผมสุดแสนจนโมโห


“..นาย...”



.เมื่อลืมตาขึ้นมา ผมก็ยิ่งตกตะลึงมากกว่าเดิม อารมณ์ต้องการหายวับไปทันตา แม้จะไม่กี่วินาทีก็ตาม


“อยากขนาดไหน ถึงต้องทำหน้าตาแบบนั้น รอยนี่มันอะไรทำมาถึงมากมายทั่วตัวแบบนี้  เเล้วมือนี่..ฮึ ดูเก่งขึ้นนะ “


คนที่ผมเอ่ยชื่อไปเมื่อครู่..เขานั่นล่ะที่กำลังต่อว่าผมอยู่ตอนนี้


เขาไม่เคยว่าผมแรง ๆ แบบนี้ แววตานั่นก็ไม่ใช่ ไม่... เขาที่พูดจาหวานหูกับผมทุกครั้งแม้จะโมโหผมสุดหัวใจก็ตาม แค่ได้เห็นหน้า แค่ได้ยินเสียงก็พาลน้ำตาไหล ริมฝีปากของผมเบะออกเป็นสัญญาณว่าจะร้องไห้ให้เขาเห็นแล้วนะ แต่คนตรงหน้าที่สกัดกั้นอารมณ์ของผมกลับดูเหมือนไม่แยแสน้ำตาผมเลย

“รังเกียจกันแล้วหรอ..” ผมเอ่ยทะลุก้อนสะอื้นที่จุกตรงลำคอ


มือนั้นที่ยังคาอยู่ที่ส่วนอ่อนไหวของผมเริ่มช่วยขยับ แต่พลังนั้นรุนแรงสร้างความเจ็บให้มากโข แต่ก็ยังไม่เท่าความต้องการที่ถูกจุดมาใหม่ มันมาไว และปลดปล่อยได้ตามต้องการแล้ว ผมหอบอยู่ตรงหน้าเขาหลังจากได้ปล่อยให้ความต้องการนั้นออกไป สายตาคนตรงหน้าผมนิ่งเรียบเฉย ผมไม่พบเขานานแบบนี้ แววตาเขาเป็นแบบนี้แล้วหรือ แววตาที่ส่งให้ผมกลับกลายเป็นแบบนี้แล้วหรือ


“ทำไมมองแบบนั้น ฉันไม่ชอบสายตาแบบนี้ของนายเลย”  ผมพูด

อีกคนไมได้สนใจหันมาทางที่ผมพูด เขากลับไปล้างคราบขาวที่ติดที่มือ หลังจากที่ผมปลดปล่อยใส่มือของเขาไป 


ผมขึ้นกับเลิกคิ้วที่เห็นเขาของของผมออกล้างออก จากที่เคยเห็นเขาแทบกลืนกินทั้งหมดนั้นไปด้วยซ้ำ


“จะกลับแล้ว” เขาบอก หลังจากล้างมือเสร็จเขาหันหลังไม่กลับมามองผมด้วยซ้ำหลังจากที่บอกแบบนั้น ผมไม่รั้งไว้ด้วย ทั้งที่อยากเจอเขามากขนาดนี้ แต่ผมกลับไม่รั้งตัวเขาไว้เลย คน ๆ นั้นหันหลัง ปิดประตูโครมใหญ่กลับไปแล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าเขาเข้ามาในห้องผมได้ยังไง แต่มาเพื่ออะไรกันล่ะ ? ดูสภาพที่น่าสมเพชของเทพบุตรแห่งชาติงั้นหรือ?


นี่หลี่อี้เฟิง..นี่แกยังกล้าเรียกว่าตัวเองเป็นเทพบุตรอีกหรือ..ฮึ


ผมขยับเข่าเข้ามาใกล้ตัว และกอดไว้ เอาแขนรวบเข่าตัวเองและนั่งซุกใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาทั้งสภาพเปลือยแบบนั้น ฮึ นายเข้ามาถูกจังหวะจริง ๆ มาเห็นฉันตอนน่าสมเพช ทำอะไรน่าอาย


“ฮึก..” หลังจากนั้นผมก็ปล่อยน้ำตาออกมา ปล่อยเสียงร้องไห้โฮเสียงดังชนิดที่ใครเข้ามาคงได้ยินตั้งแต่หน้าประตู ผมช่างมันแล้ว ผมเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ แต่แค่อยากร้องไห้ อยากระบายอะไรซักอย่างที่ตันอยู่ในหัวใจออกมา น้ำตาทั้งหมดนี้ผมได้แต่หวังว่ามันจะทำให้ผมดีขึ้นหลังจากได้เอาอารมณ์ที่อัดอั้นในหัวใจใส่น้ำตาแต่ละหยดและปล่อยให้ไหลรินทิ้งไป



รู้ไหมว่า ถ้าเราสองคนเจอกัน มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าลัดผ่านพวกเรา แค่ปลายนิ้วสัมผัสก็เลยเถิดไปไกล วันนี้เขาแทบไม่ทำอะไรแบบนั้นด้วยซ้ำ นอกจากมาคว้าส่วนนั้นของผม เหมือนจะแกล้งกัน ช่วยผมเพียงแค่ไม่นาน ก็กลับไปอย่างไม่สนในใยดี ... 
เเละก่อนเขาไป ผมยังจำแววตาสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้  บอกไม่ถูกจริง ๆ นั่นทำให้ผมร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม 

หัวใจแม่งหน่วงชะมัด


ขนาดอยู่ใกล้กันตั้งขนาดนั้นแล้ว ผมแทบคว้าเขามากอดได้ แต่มือไม่ขยับเลย เพราะผมมัวแต่คิดว่าต่อให้อยู่ใกล้ขนาดนี้ ผมก็กอดเขาไว้ไม่ได้ เอื้อมไปไม่ถึงอยู่ดี



 “ฉัน...หยางหยาง..ฉัน..” พูดอะไรไม่ออกเลย..ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีสิทธิ์พูดอะไรได้แล้ว  เราที่รักกันแบบไหน ?แบบไหนกัน ? ผมไม่รู้ว่าผมรักเขาไหม ? หรือแค่เสพติดความต้องการจากหยางหยาง ? เสพติดไม่เท่ากับรักหรอกนะอี้เฟิง รู้ไหม ? รักเป็นแบบไหนกันล่ะ ? รักมันก็รวมเรื่องเซ็กซ์ไปด้วยไม่ใช่หรือ ? แต่มันมากไปแล้วไม่ใช่รึไง แค่คิดถึงความอยากก็มาแล้วนี่ นายน่ะ ? งั้นความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไรล่ะ ?



คำถามทุกอย่างวนในหัวผมจนสับสน




นั่นสิ..รักเป็นแบบไหนล่ะ ? ที่เป็นอยู่ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าผมรักเขา หรือแค่อ่อนไหวกับอารมณ์ที่พาไป  พร้อมคำหวานจากหยางหยางที่ได้ฟัง




นั่นสิ..ผมนี่มันยิ่งกว่าเด็กเสียอีก ไม่รู้จักอะไรเลย แม้แต่ใจตัวเอง






TBC 5




น่าจะ 12 ตอนจบนะ